วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

รายงานผลการฝึกอบรมมาตรฐานที่ 8 วันที่ 21 เมษายน 2557

สื่อการสอน

การจำแนกสื่อการสอน ของเอดการ์ เดล ให้นิยามว่า ยิ่งฐานอยู่ล่าง ยิ่งมีประสิทธิภาพมาก



หลัักการเลือกสื่อ
     1. สื่อนั้นต้องสัมพันธ์กับเนื้อหาบทเรียนแสดงจุดมุ่งหมายที่จะสอน
     2. เลือกสิ่งที่มีเนื้อหาถูกต้อง ทันสมัย น่าสนใจ และเป็นสื่อที่จะให้ผลต่อการเรียนการสอนมากที่สุด ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้ดีเป็นลำดับขั้นตอน
     3. เป็นสื่อที่เหมาะสมกับวัย ระดับชั้น ความรู้ และประสบการณ์ของผู้เรียน
     4. สื่อนั้นควรสะดวกในการใช้ มีวิธีใช้ไม่ซับซ้อนยุ่งยากจนเกินไป
     5. สื่อต้องมีคุณภาพราคาไม่แพง

การเลือกใช้สื่อให้สัมพันธ์กับขนาดและกิจกรรม
     - พิจารณาถึงขนาดกลุ่มผู้เรียน
          - รายบุคคล
          - กลุ่มย่อย
          - กลุ่มใหญ่

การวางแผนอย่างเป็นระบบในการใช้สื่อการสอน (ASSURE)
     Analyze Learner Characteristies     การวิเคราะห์ลักษณะผู้เรียน
     State Objecttives     การกำหนดวัตถุประสงค์
     Select, Modify, or Design Meterials     การเลือก ดัดแปลง ออกแบบสิ่งใหม่
     Utilize Materials     การใช้สื่อ
     Require Learner Response     การกำหนดการตอบสนองของผู้เรียน
     Evaluation     การประเมิน

การสร้างโปรแกรมบทเรียน
     1. ให้นักเรียนมีส่วนร่วมอย่างกระฉับกระเฉง
     2. ให้ผลย้อนกลับ ทันที
     3. ประเมินที่ละน้อย
     4. ให้นักเรียนได้รับประสบการณ์แห่งความสำเร็จ

Concept ในการสร้าง
     กรอบแนวคิด          - ชื่อบทเรียน
              V                   - คำแนะนำ
              V                   - วัตถุประสงค์
              V                   - เนื้อหา1 (ไม่ควรเกิน 1 Slide มากสุด 2 Slide)
              V                   - แบบฝึกหัด 1 (ศึกษาเนื้อหาแล้วให้ทำแบบฝึกหัดเลย)
              V                   - ถ้าตอบแบบฝึกหัด 1 ผิดให้กลับไปศึกษาเนื้อหา1 อีกครั้ง
                                    - ถ้าตอบแบบฝึกหัด 1 ถูกให้ผ่านไปศึกษาเนื้อหา2
                                    - ถ้าตอบแบบฝึกหัด 2 ผิดให้กลับไปศึกษาเนื้อหา2 อีกครั้ง
                                    - ถ้าตอบแบบฝึกหัด 2 ถูกให้ผ่านไปศึกษาเนื้อหา3
                                    - ถ้าตอบแบบฝึกหัด 3 ผิดให้กลับไปศึกษาเนื้อหา3 อีกครั้ง
                                    - ถ้าตอบแบบฝึกหัด 3 ถูกให้ผ่านไปศึกษาเนื้อหาจนครบแบบฝึกหัด
                                    - สรุป
                                    - ผู้จัดทำ

อ้างอิง
    1. ผศ.ประเสริฐ  แซ่เอี๊ยบ, 2557
    2. เรียบเรียงโดยนายอิทธิเดช  ไทรชมภู, 21 เมษายน 2557

วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2557

รายงานผลการฝึกอบรมมาตรฐานที่ 8 วันที่ 20 เมษายน 2557

เครื่อข่ายการเรียนรู้ (ภาคบ่าย)

    นวัตกรรม หมายถึง การกระทำสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดตัวตนหรือจับต้องได้ด้วย

สถานการในประเทศไทย
     - ปัจจุบันจำนวนประชากร 65 ล้านคน อนาคตจะลดลง เนื่องจากผู้สูงอายุเยอะขึ้น, เด็กเกิดใหม่ลดลง
     - โทรศัพท์พื้นฐาน (โทรศัพท์บ้าน) 7 ล้านหมายเลข อนาคตจะลดลง เนื่องจากผู้คนหันไปใช้โทรศัพท์มือถือเป็นส่วนใหญ่
     - ใช้อินเทอร์เน็ต 25 ล้านคน อนาคตจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์
     - ใช้โทรศัพท์มือถือ 64.7 ล้านคน อนาคตจะเพิ่มขึ้นจน 1 คน อาจมีถึง 3 หมายเลข

นักเรียนในยุค ICT
     - ใช้โทรศัพท์มือถือร้อยละ 76
     - ใช้คอมพิวเตอร์ร้อยละ 61
     - ฟังเพลงพกพา(iPod) ร้อยละ 32

สิ่งที่ครูยุค ICT ต้องเจอ
     - การใช้งาน Google การใช้ Engine Search
     - Social Network เช่น Facebook, Line
     - Entertainment mutimedia เช่น youtube
     - e-learning
     - Mobile technology

ทักษะที่ครูยุค ICT ต้องมี
     - ทักษะการสืบค้นข้อมูล
     - การวิเคราะห์ข้อมูล ข่าวสาร
     - ทักษะการออกแบบ, ผลิต, ประยุกต์ใช้ข้อมูลสารสนเทศ สื่อการสอน

ผลจากการใช้นวัตกรรม จำให้เกิด 3 ป.
     1. ประสิทธิภาพ
     2. ประสิทธิผล
     3. ประหยัด

การเกิดนวัตกรรม
     1. ประดิษฐ์สิ่งใหม่หรือปรับปรุงของเก่าให้เหมาะสมเพิ่มประสิทธิภาพ
     2. มีการพัฒนาปรับปรุง ผ่านการทดลองจนมีประสิทธิภาพ
     3. นำไปใช้ในสถานที่จริง เป็นแนวปฏิบัติใหม่แปลกไปจากเดิม

การเกิดนวัตกรรมการศึกษา มีแนวคิดพื้นฐานดังนี้
     1. แนวคิดในด้านความแตกต่างระหว่างบุคคล 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย, ด้านสติปัญญา, ด้านอารมณ์, ด้านสังคม
     2. แนวคิดด้านความพร้อม
          - กฏแห่งความพร้อม
               1. พร้อม >> ได้เรียน >> พอใจ >> การเรียนรู้
               2. ไม่พร้อม >> ได้เรียน >> ไม่พอใจ >> ไม่เรียนรู้
               3. พร้อม >> ไม่ได้เรียน >> ไม่พอใจ >> ไม่เรียนรู้
               4. ไม่พร้อม >> ไม่ได้เรียน >> พอใจ >> ไม่เรียนรู้

นวัตกรรมเกิดขึ้นจากบุคคลสำคัญ 3 ฝ่าย คือ
     1. นวัตกร (Innovators)
     2. ผู้นำ (Leaders)
     3. ผู้ต่อต้าน (Resistors)

การยอมรับนวัตกรรม มีขั้นตอนดังนี้
     1. ขั้นรับรู้ (Awareness)
     2. ขั้นสนใจ (Interest)
     3. ขั้นประเมินค่า (Evaluation)
     4. ขั้นทดลอง (Trial)
     5. ขั้นยอมรับ (Adoption)

การปฏิเสธนวัตกรรม
     1. ความเคยชินกับวิธีการเดิมๆ
     2. ความไม่แน่ใจในประสิทธิภาพของนวัตกรรม
     3. ความรู้ของบุคคล ต่อนวัตกรรม
     4. ข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ

นวัตกรรมสามารถสิ้นสภาพได้เสมอ
     นวัตกรรม >> ยอมรับ >> เทคโนโลยี
                      >> ไม่ยอมรับ >> ล้าสมัย/หมดความนิยม

แบบทดสอบนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา (ภาคเช้า)

     สร้าง Web Blogger เรื่อง กระดานอัจฉริยะ (Interactive Board)
          คลิก >> กระดานอัจฉริยะ (Interactive Board) <<

อ้างอิง
    1. ว่าที่ร้อยตรีหญิง ดร.ชัชญาภา  วัฒนธรรม, 2557
    2. ผศ.ประเสริฐ  แซ่เอี๊ยบ, 2557
    2. เรียบเรียงโดยนายอิทธิเดช  ไทรชมภู, 20 เมษายน 2557

วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557

รายงานผลการฝึกอบรมมาตรฐานที่ 8 วันที่ 19 เมษายน 2557

การสร้าง Web Quest ในการเรียนการสอน

การสร้าง Web Quest ในการเรียนการสอนจำเป็นต้องมีลักษณะ ดังนี้
     1. บทนำ (Introdution) เป็นส่วนที่กำหนดขั้นตอนและให้ความรู้พื้นฐาน
     2. ภาระงาน (Task) เป็นส่วนที่กำหนดว่าให้ผู้เรียนทำอะไร
     3. กระบวนการ (Process) เป็นส่วนที่กำหนดให้ผู้เรียนกระทำตามขั้นตอนที่กำหนดเพื่อเข้าสู่วัตถุประสงค์ของงานๆหนึ่ง โดยปกติอยู่ในรูปแบบของกระบวนการที่มีคำอธิบายเป็นขั้นๆ และลำดับ
     4. แหล่งข้อมูล (Information) เป็นส่วนที่ช่วยให้ผู้เรียนทำงานที่กำหนดสำเร็จสมบูรณ์ ซึ่งแหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ (อาจไม่ทั้งหมด) อยู่ในเอกสารเดียวกันซึ่งทั้งนี้แหล่งข้อมูลดังกล่าวอาจหมายถึงเอกสารบน Web ต่างๆ, E-mail ของผู้ชำนาญการด้านนั้นๆ, ฐานข้อมูลที่สามารถสืบค้นได้บนเว็ป ตลอดจนหนังสือที่เกี่ยวข้างกับเนื้อหาต่างๆ เป็นต้น
     5. การประเมินผล (Evaluation) เป็นส่วนที่กำหนดขึ้นเพื่อประเมินคุณภาพ
     6. บทสรุป (Conclusion) เป็นส่วนที่ทำให้ภาพของคำถามกระจ่างชัด ทำให้ผู้เรียนรู้ว่าตนได้รับรู้อะไร และสามารถช่วยทำให้ผู้เรียนขยายผลการเรียนรู้ของตนเองออกไป

การฝากไฟล์บน Website โดยใช้ www.mediafire.com
     - การสมัครเข้าใช้งาน mediafire
     - การอัพโหลด, ดาวน์โหลดไฟล์ขึ้น Website

     ทดลองทำ Web Quest ของวันที่ 19/04/2557
          1.  คลิก >>> พวกเรามาฝึกเขียนตัวเลข 1-10 เป็นภาษาจีนกันเถอะ!!! <<<

อ้างอิง
    1. ว่าที่ร้อยตรีหญิง ดร.ชัชญาภา  วัฒนธรรม, 2557
    2. เรียบเรียงโดยนายอิทธิเดช  ไทรชมภู, 19 เมษายน 2557

วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557

รายงานผลการฝึกอบรมมาตรฐานที่ 8 วันที่ 18 เมษายน 2557

เทคโนโลยีและสารสนเทศ

     ฝึกการสร้าง Web Blogger - สามารถสร้าง Blogger ส่วนตัวได้
                                                     - สามารถสร้างโพสต์ข้อความ, รูปภาพ ต่างๆได้
                                                     - สามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัวได้
                                                     - สามารถแก้ไข, ตกแต่งภาพพื้นหลังได้

     การใช้งาน Google+ - สามารถโพสต์ข้อความ, รูปภาพ, ลิงค์, วิดีโอ, ปฏิทินต่างๆได้
                                            - สามารถเพิ่มแวดวงในรูปแบบต่างๆ ได้
                                            - สามารถแก้ไขโปรไฟล์, รูปภาพประจำตัวได้

     ระบบสารสนเทศมีความสำคัญต่อมนุษย์อย่างไร
     ตอบ ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับแล้วว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้เจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว และมีบทบาทสำคัญในด้านต่างๆ อย่างกว้างขวาง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การบริหารสังคม สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม รวมทั้งด้านการศึกษา

     จงยกตัวอย่างระบบสารสนเทศและอธิบายคุณลักษณะระบบสารสนเทศแต่ละแบบที่มีอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา
     ตอบ ตัวอย่างระบบสารสนเทศ เช่น ระบบนำทาง GPS
ระบบสารสนเทศแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท ดังนี้
1. ระบบการประมวลผลทางธุรกิจ (Transaction Processing System : TPS) 8nv ระบบการประมวลผล เป็นการประมวลผลแบบวันต่อวัน เช่น การรับ-จ่ายบิล ระบบควบคุมสินค้าคงคลัง ระบบการรับ-จ่าย สินค้า เป็นต้น ใช้งานในระดับผู้ปฏิบัติการ ระบบนี้ เป็นระบบสารสนเทศลำดับแรกที่ได้รับการพัฒนาให้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์
2. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information System : MIS) คือ ระบบที่เกี่ยวข้องกับผู้ บริหารที่ต้องการการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้ประโยชน์มากกว่าการ ช่วยงานแบบวันต่อวัน ประกอบไปด้วยโปรแกรมต่าง ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อขยายขอบเขตความสามารถของธุรกิจ
3. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System : DSS) คือระบบที่ทำหน้าที่จัดเตรียม สารสนเทศเพื่อช่วยในการตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อช่วย ในการตัดสินใจที่ไม่ได้คาดไว้ล่วงหน้า เช่น การตัดสิน ใจเกี่ยวกับการรวมบริษัทและการหาบริษัทร่วม การขยายโรงงาน ผลิตภัณฑ์ใหม่
4. ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง (Executive Information System : EIS) คือ EIS ประเภท พิเศษ ที่ถูกพัฒนาสำหรับผู้บริหารระดับสูงโดยเฉพาะช่วย ให้ผู้บริหารระดับสูงที่ไม่คุ้นเคยกับเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถใช้ระบบ สารสนเทศได้ง่ายขึ้น โดยใช้เมาส์เลื่อนหรือจอภาพแบบ สัมผัส เพื่อเชื่อมโยงข่าวสารระหว่างกัน ทำให้ผู้ บริหารไม่ต้องจำคำสั่ง
5. ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Artificial Intelligence/Expert System : AI/ES) หมายถึง ระบบที่ทำให้เครื่อง คอมพิวเตอร์กลายเป็นผู้ชำนาญการณ์ในสาขาใดสาขาหนึ่ง โดยได้รับ ความรู้จากมนุษย์ผู้เชี่ยวชาญเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้คอมพิวเตอร์ สามารถวิเคราะห์เหตุผล เพื่อตัดสินใจ ระบบคอมพิวเตอร์นี้ประกอบด้วย ฐานความรู้(Knowledge Base) และกฎข้อวินิจฉัย(Inference Rule) ซึ่งเป็นความ สามารถเฉพาะที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถตัดสินใจได้เอง เช่น การวินิจฉัย ความผิดพลาดของรถจักรดีเซลไฟฟ้า โดยใช้คอมพิวเตอร์

อ้างอิง
    1. ว่าที่ร้อยตรีหญิง ดร.ชัชญาภา  วัฒนธรรม, 2557
    2. เรียบเรียงโดยนายอิทธิเดช  ไทรชมภู, 18 เมษายน 2557

รายงานผลการฝึกอบรมมาตรฐานที่ 8 วันที่ 17 เมษายน 2557

โครงการ/โครงงานการสืบค้นรวบรวมและจัดทำแหล่งเรียนรู้เพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้

     การสอบแบบ Project Based Learning (PBL) คือ
          การระดมสมอง                                                              ทีม (กลุ่มการเรียนรู้)
          การเรียนแบบร่วมมือ                                                      เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
          การสื่อสาร                                                                     แก้ปัญหา
          การคิดเชิงวิพากษ์                                                         คิดวิเคราะห์
          การให้คำแนะนำ

     แหล่งเรียนรู้ จะต้องมี  1.  สามารถอ้างอิงได้  2.  ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้
         เช่น ในห้องเรียน, ห้องสมุด, คอมพิวเตอร์, อินเทอร์เน็ต, อุทยานแห่งชาติ, ภาพยนต์ เป็นต้น

     สรุปการเรียนรู้แบบ Project Based Learning (PBL) คือ ให้นักเรียนวิเคราะห์ปัญหาหรือข้อสงสัยที่จะนำมาทำโครงงาน ซึ่งควรจะเป็นปัญหาใกล้ตัวของนักเรียน พยายามอย่าให้นักเรียนคิดปัญหาที่ไกลตัวเกินความสามารถของเด็กที่จำทำได้ และให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ/ทดลอง/แก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยตนเองและสามารถจัดทำโครงงานและนำเสนอโครงงานของตนเองได้

     ความแตกต่างระว่าง โครงการ, โครงงาน, ผลงาน คือ
          - โครงการ คือ 1. บุคคลที่เป็นผู้เขียนโครงการจะเป็นผู้อำนวยการฯ, รองผู้อำนวยการ
                                    และหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ
                               2. งบประมาณสูง
                               3. จัดทำโครงการขึ้นเพื่อวางแผน, ตั้งนโยบายต่างๆ ในปีการศึกษา
                                    หรือปีงบประมาณนั้นๆ เพื่อมอบหมายภาระงานให้กับหัวหน้างานต่างๆ
                                    จัดทำโครงงานต่อไป
          - โครงงาน คือ 1. บุคคลที่เป็นผู้เขียนโครงงานจะเป็นผู้รับภาระงานในหน้าที่นั้นๆ เช่น
                                  ครูผู้สอน,นักเรียน เป็นต้น
                                2. งบประมาณปานกลาง
                                3. การเขียนโครงงานมีองค์ประกอบดังนี้
                                     3.1 ชื่อโครงงาน
                                     3.2 ชื่อผู้ทำโครงงานและชื่อที่ปรึกษา
                                     3.3 บทคัดย่อ
                                     3.4 กิตติกรรมประกาศ
                                     3.5 ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
                                     3.6 วัตถุประสงค์
                                     3.7 สมมุติฐานของการศึกษาค้นคว้า
                                     3.8 เอกสารที่เกี่ยวข้อง
                                     3.9 วิธีดำเนินการ
                                     3.10 ผลการศึกษาค้นคว้า
                                     3.11 สรุปผล ประโยชน์ที่ได้รับและการเสนอแนะ
                                     3.12 เอกสารอ้างอิง
          - ผลงาน คือ เมื่อได้ทดลอง/ปฏิบัติ/จัดทำโครงงานเสร็จสิ้น จะเกิดผลงานหรือนวัตกรรมใหม่ๆ
                               ไม่ว่างจะเป็น วัสดุ, อุปกรณ์, วิธีการหรือกระบวนการ เป็นต้น

อ้างอิง
    1. อ.ดร.เจนศึก  โพธิศาสตร์, 2557
    2. เรียบเรียงโดยนายอิทธิเดช  ไทรชมภู, 17 เมษายน 2557

รายงานผลการฝึกอบรมมาตรฐานที่ 8 วันที่ 16 เมษายน 2557

แนวคิด ทฤษฏี เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาที่ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้

     เทคโนโลยีทางการศึกษา คือ การนำความรู้ในศาสตร์ต่างๆ มาพัฒนาขึ้นเพื่อมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เรียนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล

     นวัตกรรมการศึกษา คือ แนวคิด การปฏิบัติ หรือสื่อการเรียนใหม่ๆ ที่นำมาใช้ในการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดผลดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

     ความสำคัญและลักษณะของสื่อและเทคโนโลยี คือ สามารถแสดง/สาธิต/อธิบาย ความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ทำให้เกิดประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น สะดวก, ประหยัดเวลา, น่าสนใจ, เข้าใจง่าย, รวดเร็ว เป็นต้น

     ประเภทของสื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท  ได้แก่
          - วัสดุ ให้นิยามคือ วัสดุสิ้นเปลือง, ใช้แล้วหมดไป, ไม่คงทน เช่น กระดาษ, ดินสอ
          - อุปกรณ์ ให้นิยามคือ ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้, ราคาแพง เช่น โทรทัศน์, กล้องจุลทรรศน์
          - วิธีการ/กระบวนการ ให้นิยามคือ สิ่งที่ไม่ใช่วัสดุและอุปกรณ์ เช่น CAI, การเรียนแบบกลุ่ม

     ทำอย่างไรจึงจะใช้สื่อได้ประโยชน์สูงสุด

ศึกษา          ---------->          ทดลอง          ---------->          ปรับปรุง

     การวิจัยพัฒนาสื่อ-นวัตกรรม (R&D)
        R  - การศึกษาวิเคราะห์ความรู้/ข้อมูลเกี่ยวข้อง/หา NA
        D  - การสังเคราะห์/ร่าง/ทำต้นแบบนวัตกรรม
        R  - การตรวจสอบนวัตกรรมเบื้องต้น (เช่น โดยผู้เชี่ยวชาญ)
        D  - การปรับปรุง แก้ไข
        R  - การทดลอง (กลุ่มเล็ก-ใหญ่) หรือตรวจสอบความเชื่อมั่น
        D  - การปรับปรุง แก้ไข
          - การเผยแพร่ หรือการนำนวัตกรรมที่พัฒนามาใช้

     ลักษณะความเป็นเทคโนโลยีการศึกษาที่เหมาะสม
          - ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมาย
          - จัดหาและใช้ได้โดยสะดวก ไม่ซับซ้อน ประหยัด
          - มีผลกระทบน้อยมาก ต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม
          - ส่งเสริมศักดิ์ศรีและศักยภาพของมนุษย์
          - มีเหตุผล มีกรอบรอบคอบ

     รูปแบบการสอน คือ แบบแผนการสอนที่ได้รับการจัดระบบจุดมุ่งหมายของรูปแบบนั้นๆ
     วิธีสอน คือ ลักษณะขั้นตอนดำเนินการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์
     เทคนิคการสอน คือ กลวิธีต่างๆ ที่เสริมกระบวนการ ขั้นตอน ช่วยให้กระบวนการขั้นตอนนั้นๆ 
                               มีคุณภาพ ประสิทธิภาพมากขึ้น

     การดำหนดสื่อกับสาระและเป้าหมาย (ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
          K  /  พุทธิพิสัย  คือ  ความรู้ความเข้าใจ
          P  /  ทักษะพิสัย  คือ  ความคิด  วิเคราะห์
          A  /  จิตพิสัย  คือ  คุณลักษณะอันพึ่งประสงค์

อ้างอิง
    1. ผศ.ดร.ไพรัช  สู่แสนสุข, 2557
    2. เรียบเรียงโดยนายอิทธิเดช  ไทรชมภู, 16 เมษายน 2557